Thai Clinical Trials Registry (TCTR)

Thai Clinical Trials Registry (TCTR) ได้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2552 โดยนักวิจัยจากสถาบันต่างๆ และได้เงินทุนสนับสนุนจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน): TCELS และได้รับการสนับสนุนด้านบุคลากร ด้านปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ รวมทั้ง server ของฐานข้อมูล มาจากเครือข่ายวิจัยคลินิก สหสถาบัน/เครือข่ายวิจัยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (CRCN/MedResNet) และ มูลนิธิส่งเสริมวิจัยทางการแพทย์ (MRF) โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ให้การรับรอง TCTR อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553

ปัจจัยทีมีผลต่อวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วย

การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยในสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ศึกษาวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยในบุคลากรจำแนกตามกลุ่มภารกิจ หน่วยงาน และตำแหน่ง และศึกษาปัจจัยทำนายวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยในสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรสถาบันจิตเวช-ศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย จำนวน 227 คน ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วย วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วย และภาวะสุขภาพทั่วไป โดยมีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.95, 0.94 และ 0.85 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ การถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน ผลการวิจัย พบว่า สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยามีวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยอยู่ในระดับสูง เมื่อพิจารณาในแต่ละองค์ประกอบ พบว่า วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยอยู่ในระดับสูงเกือบทุกด้าน ได้แก่ ด้านวัฒนธรรมการรายงาน วัฒนธรรมการเรียนรู้ วัฒนธรรมการเฝ้าระวัง และวัฒนธรรม ความเป็นธรรม ยกเว้นด้านวัฒนธรรมความยืดหยุ่นที่อยู่ในระดับปานกลาง และบุคลากรที่อยู่ในกลุ่มภารกิจ หน่วยงาน และตำแหน่งที่ต่างกันมีวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยไม่แตกต่างกัน โดยปัจจัยทีมงาน ปัจจัยองค์กร ปัจจัยผู้บริหาร และระดับการศึกษา มีผลต่อวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสามารถพยากรณ์วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยได้ ร้อยละ 61.1 จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า สถาบันฯ …

โครงการพัฒนาศักยภาพการวิจัยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล Research for Quality (R4Q)

หน่วยงานเจ้าของโครงการ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) เครือข่ายวิจัยคลินิกสหสถาบัน (CRCN)  ภายใต้การกำกับของมูลนิธิส่งเสริมวิจัยทางการแพทย์ ความเป็นมา ในปัจจุบันมีความตื่นตัวด้านการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลในทุกระดับอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีการประชุม HA Nation Forum เป็นครั้งที่ 11  แล้ว  ซึ่งส่วนหนึ่งของการพัฒนาจำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลผลลัพธ์ของการดำเนินงานตามกระบวนการ PDSA(Plan-Do-Study-Act) และในการพัฒนา HA ตามแนวทางใหม่ของ TQA (Thailand Quality Award)  จะมีองค์ประกอบของการวัดการวิเคราะห์และการจัดการความรู้ (Measurement, Analysis, and Knowledge Management)  ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ 4 ของแนวทางพัฒนา นอกจากนี้  ในกระบวนการเหล่านี้ต้องอาศัยการวัดที่มีกระบวนการที่ดีที่ถูกต้อง  ซึ่งกระบวนการวิจัยเป็นกระบวนการที่เป็นระบบในการสร้างองค์ความรู้  ซึ่งหากมีการนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาดำเนินการพัฒนาเป็นองค์ความรู้ก็จะเกิดประโยชน์ในภาพรวมขยายออกไปสู่สังคมในภาพรวมได้  ซึ่งในปัจจุบันมีแนวคิดการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยที่เรียกว่า R2R (Routine to Research) การพัฒนางานวิจัยในโรงพยาบาลที่ผ่านมายังเป็นการวิจัยในโรงพยาบาลเดียว  ซึ่งทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบข้อมูลกันได้  นอกจากนี้ยังมิได้ทำเป็นระบบที่มีโครงสร้างของระบบการสนับสนุนอย่างชัดเจน  นอกจากนี้งานวิจัยยังมีอุปสรรคอยู่ที่การจัดการข้อมูลที่ยังขาดแคลนบุคลากรในการลงข้อมูลในฐานข้อมูล  การวิเคราะห์ข้อมูล  และการควบคุมคุณภาพข้อมูลให้ได้มาตรฐานเดียวกันได้ โครงการพัฒนาเครือข่ายวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลนี้จึงมุ่งที่พัฒนาคุณภาพงานบริการทางการแพทย์โดยนำกระบวนการวิจัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา  และเพื่อจะแก้ปัญหาการขาดแคลนนักวิจัยในโรงพยาบาลโดยการพัฒนาโครงการวิจัยร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลโดยอาศัยการพัฒนาศูนย์คุณภาพประจำโรงพยาบาลให้มีศักยภาพในการส่งเสริมการวิจัยใหักับนักวิจัยในโรงพยาบาลและร่วมกับการส่งเสริมการใช้เครื่องมือการเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงในการจัดการข้อมูลที่สะดวกและให้ความถูกต้อง นอกจากนี้โครงการนี้มุ่งจะให้เกิดการจัดการความรู้จากโครงการวิจัยที่ได้ทำร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลเพื่อนำมาสู่การพัฒนาและปรับปรุงโรงพยาบาลต่อไปหรือได้ข้อมูลที่เป็นการเปรียบเทียบ (benchmarking) ระหว่างโรงพยาบาล วัตถุประสงค์ 1.  …